หน้าหนังสือทั้งหมด

วิญญาณัญจายตนฌานและอากิญจัญญายตนฌาน
104
วิญญาณัญจายตนฌานและอากิญจัญญายตนฌาน
3.3.2 วิญญาณัญจายตนฌาน อากาสานัญจายตนฌานลาภีบุคคล ผู้มีวสีภาวะทั้ง 5 ในอากาสานัญจายตนฌาน จึงจะสามารถเจริญสมถภาวนาเพื่อให้ถึงวิญญาณัญจายตนฌานได้ คล่องแคล่วเป็นอย่างดีแล้ว ในการเจริญให้ถึง วิญญาณัญจายตน
วิญญาณัญจายตนฌานเป็นขั้นสูงในการเจริญสมถภาวนา โดยบุคคลที่มีวสีภาวะทั้ง 5 จะสามารถพัฒนาไปสู่สถานะนี้ได้ หลังจากนั้น การเจริญอากิญจัญญายตนฌานจะต้องอาศัยวิญญาณัญจายตนฌานเพื่อนำไปสู่ความชำนาญในอารมณ์ที่ไม
อาหาเรปฏิกูลสัญญา
115
อาหาเรปฏิกูลสัญญา
บทที่ 4 อาหาเรปฏิกูลสัญญา การเจริญอาหาเรปฏิกูลสัญญา เป็นการเจริญสมถกัมมัฏฐานอีกรูปแบบหนึ่ง ที่มี ความใกล้ชิดกับผู้ปฏิบัติสามารถใช้เป็นแนวทางปฏิบัติในชีวิตประจำวันได้ง่ายเนื่องจากอารมณ์ที่ ใช้พิจารณาเก
บทที่ 4 ศึกษาอาหาเรปฏิกูลสัญญาซึ่งเป็นกัมมัฏฐานที่ช่วยลดความยึดติดต่ออาหาร พระพุทธองค์ได้ชี้ให้เห็นว่าการบริโภคส่งผลกระทบต่อชีวิตและการปฏิบัติอย่างไร บทนี้กล่าวถึงการทำความเข้าใจในกัมมัฏฐานที่เกี่ยวกั
อาหาเรปฏิกูลสัญญาและการพัฒนาจิต
117
อาหาเรปฏิกูลสัญญาและการพัฒนาจิต
อาหาเรปฏิกูลสัญญาคือ การพิจารณาความเป็นปฏิกูลในอาหาร กำหนดหมายว่า อาหารที่บริโภคเป็นสิ่งปฏิกูล ซึ่งอาหารที่พิจารณาก็คือ กวฬิงการาหาร คือ อาหารที่ใช้บริโภค ใช้ดื่ม เคี้ยว ลิ้ม เนื่องจากอาหารทั้ง 4 ล้วน
อาหาเรปฏิกูลสัญญาคือการพิจารณาโทษภัยของอาหารที่ได้รับ ซึ่งอาหารถือเป็นสิ่งปฏิกูลที่มีโทษหลายประการ หากไม่มีการพิจารณา อาจนำไปสู่ทุกข์ต่างๆ การเจริญอาหาเรปฏิกูลสัญญาช่วยให้หลุดพ้นจากความยึดติดและมุ่งสู
การพิจารณาธาตุทั้ง 4 ในร่างกาย
129
การพิจารณาธาตุทั้ง 4 ในร่างกาย
ธาตุทั้ง 4 นี้ เป็นส่วนที่ประกอบขึ้นเป็นร่างกาย การที่เรียกว่า หญิง ชาย เรา เขา สัตว์ บุคคล มนุษย์ เทวดา พรหม นั้น หาใช่อื่นไม่ แท้จริงก็ได้แก่ธาตุ 4 ที่รวมกันเป็นกลุ่ม เป็นกองปรากฏขึ้นเป็นรูปร่างสัณฐ
ธาตุทั้ง 4 ประกอบขึ้นเป็นร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นหญิง ชาย สัตว์ หรือบุคคล เมื่อพิจารณาถึงธาตุดังกล่าว เราจะเห็นว่าเป็นเพียงรูปแบบที่เกิดจากกรรม การพิจารณาโดยย่อและพิสดารเป็นหนทางในการเข้าใจ โดยอุปมาคล้ายก
อานิสงส์ของการเจริญจตุธาตุววัตถาน
148
อานิสงส์ของการเจริญจตุธาตุววัตถาน
ดังนั้นให้เพียงวางใจนิ่ง ๆ ต่อไปที่ศูนย์กลางกาย จนใจรวมหยุดนิ่งถูกส่วนตกศูนย์ เข้าถึง ดวงปฐมมรรค จากนั้นจึงดำเนินใจเข้ากลางของกลาง ผ่านเข้าไปตามลำดับจนเข้าถึง พระธรรมกาย จึงใช้ญาณของพระธรรมกายพิจารณาม
การเจริญจตุธาตุววัตถานมีอานิสงส์ 8 ประการ เช่น สุญญติ อวคาห และสตฺตสญฺญ์ ที่ช่วยให้ละความเห็นว่าเป็นสัตว์ การมีจิตใจที่มั่นคง ลดความหวาดกลัวต่างๆ ได้ อิฏฐานิฏเฐสุ อุคฆาฏนิคฆาฏิ ที่ทำให้มีปัญญากว้างขวา
ลักษณะของใจตามพระมงคลเทพมุนี
16
ลักษณะของใจตามพระมงคลเทพมุนี
1.1.1 ลักษณะของใจ พระมงคลเทพมุนี อธิบายลักษณะของใจไว้ว่า “อะไรที่เรียกว่าใจ เห็นอย่างหนึ่ง จำอย่างหนึ่ง คิดอย่างหนึ่ง รู้อย่างหนึ่ง 4 อย่างนี้รวมเข้าเป็นจุดเดียวกัน นั่นแหละเรียกว่า ใจ อยู่ที่ไหน อยู่
ในเรื่องการอธิบายลักษณะของใจ พระมงคลเทพมุนีได้แบ่งปันมุมมองที่น่าสนใจ ซึ่งประกอบไปด้วย 4 ประการ คือ ความเห็น ความจำ ความคิด และความรู้ โดยท่านชี้แจงว่าความเห็นอยู่ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ 7 ความจำอยู่ที่
ความหมายของตัวตนในระดับปรมัตถสัจจะ
25
ความหมายของตัวตนในระดับปรมัตถสัจจะ
2. ตามความจริงในระดับปรมัตถสัจจะ ซึ่งสามารถตอบได้เป็น 2 ระดับ คือ ระดับที่หนึ่ง ยังตอบในฐานะ “มีตัวเรา” ระดับที่สอง สอง ในฐานะ “ไม่มีแม้แต่ตัวเรา” ระดับที่หนึ่ง เมื่อยังคิดยึดถือว่ามีตัวเรา ในระดับนี้
บทความนี้สำรวจความหมายของตัวตนในระดับปรมัตถสัจจะ ที่แสดงถึงการตอบสนองในสองระดับ คือตัวตนที่มีซึ่งหมายถึงการเกิดและตายที่ไม่มีที่สิ้นสุด โดยขึ้นอยู่กับกรรมที่สะสม และระดับที่ไม่มีตัวตนที่ชี้ให้เห็นว่าต
อวิชชาและอุปสรรคทางจิต
35
อวิชชาและอุปสรรคทางจิต
5. วิจิกิจฉานิวรณ์ ขัดขวางไว้เพราะความลังเลสงสัย 6. อวิชชานิวรณ์ ขัดขวางไว้เพราะความไม่รู้ 7) อนุสัย คือ กิเลสที่นอนเนื่องอยู่ในขันธสันดานของสัตว์ทั้งหลาย มี 7 อย่าง คือ 1. กามราคานุสัย สันดานที่ชอบใจ
บทความนี้วิเคราะห์ถึงอวิชชาและอุปสรรคทางจิตที่มีผลต่อการเกิดทุกข์ในสัตว์ ทั้งนี้รวมถึงการจำแนกอนุสัยที่นำไปสู่อารมณ์ต่างๆ และการผูกพันของสังโยชน์ที่จะทำให้สัตว์ไม่หลุดพ้นจากวัฏทุกข์ อวิชชาเป็นอุปสรรคส
จําแนกตามในพระอภิธรรม
36
จําแนกตามในพระอภิธรรม
จําแนกตามในพระอภิธรรม คือ 1. กามราคสังโยชน์ ธรรมชาติที่ผูกสัตว์ไว้โดยอาการที่ติดอยู่ในกามคุณอารมณ์ 2. ภวราคสังโยชน์ ธรรมชาติที่ผูกสัตว์ไว้โดยอาการที่ติดอยู่ในรูปภพ อรูปภพ หรือ รูปฌาน อรูปฌาน 3. ปฏิฆสั
เนื้อหานี้พูดถึงการจําแนกตามในพระอภิธรรมมี 10 ประการ ได้แก่ กามราคสังโยชน์, ภวราคสังโยชน์, ปฏิฆสังโยชน์, มานสังโยชน์, ทิฏฐิสังโยชน์, สีลัพพตปรามาสสังโยชน์, วิจิกิจฉาสังโยชน์, อิสสาสังโยชน์, มัจฉริยสัง
การรู้และเข้าใจในกิเลสภายใน
49
การรู้และเข้าใจในกิเลสภายใน
เราจะรู้ได้ว่า กิเลสที่เป็นความโลภ ความโกรธ ความหลง เป็นอย่างไร ถ้าเรามองด้วย ธรรมจักขุของธรรมกายแล้ว เราจะรู้ได้ว่าดวงดำๆ นี้เป็นกิเลสโดยการรู้รสของกิเลสนั้น ๆ ยกตัวอย่างเช่นเราดื่มน้ำโอเลี้ยงกับทานน
บทความนี้สำรวจเกี่ยวกับการรู้จักกิเลส 3 ประการ ได้แก่ ความโลภ ความโกรธ และความหลง ผ่านการมองด้วยธรรมจักขุของธรรมกาย เมื่อเราเข้าใจถึงรสชาติของธรรมและกิเลสในใจของเราอาจมีการเปลี่ยนแปลงไปตามกิเลสต่างๆ ท
ความคิดในเรื่องของกรรมและวิบาก
67
ความคิดในเรื่องของกรรมและวิบาก
4. โลกจินดา (ความคิดในเรื่องของโลก) เป็นอจินไตยไม่ควรคิด ผู้ที่คิด ก็จะพึงมีส่วน แห่งความเป็นบ้า ได้รับความลำบากเปล่า” วิบากแห่งกรรม เป็นของเฉพาะตนจะแบ่งปันเหมือนวัตถุสิ่งของ สืบทอดทางกรรมพันธุ์ ยกให้
เนื้อหาพูดถึงการไม่ควรคิดเรื่องกรรมและวิบาก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่ติดตามผู้กระทำไปตลอด วิบากกรรมไม่สามารถแบ่งปันได้ รวมทั้งการหยุดการให้ผลของกรรม ซึ่งเกิดจาก 3 สาเหตุ หลายอย่างทำให้เกิดความยากใน
การเวียนเกิดและกรรมในพระพุทธศาสนา
92
การเวียนเกิดและกรรมในพระพุทธศาสนา
ในภพใหม่ต่อไปอีก ดูก่อนอานนท์ ก็กรรมที่อำนวยผลให้อรูปธาตุจักไม่มีแล้ว อรูปภพจึง ปรากฏบ้างหรือหนอ” พระอานนท์ “ไม่พึงปรากฏเลย พระเจ้าข้า” พระสัมมาสัมพุทธเจ้า “ดูก่อนอานนท์ เหตุนี้แล กรรมจึงชื่อว่าเป็นไร
บทสนทนาระหว่างพระอานนท์และพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในเรื่องกรรมและการเกิดใหม่ การเข้าใจถึงกรรมที่เป็นเหตุในการเกิดในภพใหม่ และการเดินทางในเหล่าจิตวิญญาณที่ไม่มีที่สิ้นสุดนับตั้งแต่การปฏิสนธิจนถึงความตาย รวม
การสำรวจอายตนะ 12 ในพระอภิธรรมปิฎก
127
การสำรวจอายตนะ 12 ในพระอภิธรรมปิฎก
โดยสรุปอายตนะมีคุณสมบัติสำคัญแบ่งออกเป็น 5 อย่าง คือ 1. อายตนะภายใน เป็นที่เกิดแห่งวิถีจิตอยู่เสมอ จะเกิดในชาติใดภพใดก็ตาม วิถีจิต ไม่เกิดที่อื่น ต้องเกิดตามอายตนะเหล่านี้ คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ 2
อายตนะมีคุณสมบัติสำคัญแบ่งออกเป็น 5 อย่าง โดยอายตนะภายในเป็นที่เกิดของวิถีจิตและมีอายตนะภายนอกทำหน้าที่เป็นที่ประชุมของวิถีจิต ทั้งภายในและภายนอกมีทั้งหมด 12 ประการ รวมถึงจักขายตนะ, โสตายตนะ และรูปายต
อายตนะและความรู้แจ้งในพระพุทธศาสนา
130
อายตนะและความรู้แจ้งในพระพุทธศาสนา
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสว่า “รูปของสัตว์ทั้งหลายย่อมทรุดโทรม” มีคำอธิบายใน อรรถกถาว่า เมื่อคนเราผ่านชีวิต อายุที่เพิ่มขึ้นย่อมนำมาสู่ความเสื่อมโทรมทางร่างกาย ปรากฏ ความแก่ชรามากขึ้นตามลำดับ จากผมดำเ
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสถึงความเสื่อมโทรมของร่างกายตามอายุที่เพิ่มขึ้น และอธิบายถึงอายตนะ ในที่นี้หมายถึงการสัมผัสและการรับรู้ซึ่งเกิดจากการติดต่อกับสิ่งภายนอก มีการจำแนกอายตนะ 6 ประการ ได้แก่ รูป เสีย
องค์ประกอบของธาตุทั้ง 18
143
องค์ประกอบของธาตุทั้ง 18
7.2 องค์ประกอบของธาตุทั้ง 18 ธาตุ แบ่งออกเป็น 18 ประการ มีชื่อเรียกดังต่อไปนี้ 1. จักขุธาตุ : จักขุ ชื่อว่า ธาตุ เพราะทรงไว้ซึ่งความใสที่รูปารมณ์มากระทบได้ องค์ธรรม ได้แก่ จักขุปสาท 2. โสตธาตุ : โสตะ
ธาตุทั้ง 18 มีบทบาทสำคัญในการเข้าสัมผัสโลกผ่านประสาทสัมผัสต่างๆ อาทิเช่น จักขุธาตุที่เกี่ยวข้องกับการมองเห็นและโสตธาตุที่เกี่ยวข้องกับการได้ยิน โดยแต่ละธาตุมีองค์ธรรมที่สัมพันธ์และให้ความเข้าใจในธรรมช
บทที่ 8 อินทรีย์ 22
158
บทที่ 8 อินทรีย์ 22
บทที่ 8 อินทรีย์ 22 ในบทเรียนที่ผ่านมา เราได้ศึกษาเกี่ยวกับขันธ์ อายตนะ และธาตุมาแล้ว ซึ่งเป็นส่วน ที่ทำให้เราเห็นภูมิของวิปัสสนาว่ามีเพียง 2 ประการ คือ รูป และนาม สำหรับในบทเรียนนี้เรา จะได้ศึกษาอินท
ในบทนี้ได้ศึกษาอินทรีย์ 22 ซึ่งหมายถึงธรรมชาติที่เป็นใหญ่ในแต่ละหน้าที่ที่แตกต่างกัน เช่น ตาเป็นใหญ่ในการเห็น, หูในการฟัง, และอื่นๆ โดยอินทรีย์ทั้งหมดมีหน้าที่เฉพาะที่ไม่แทรกแซงกัน อธิบายองค์ประกอบของ
การเจริญสมาธิและวิปัสสนา
168
การเจริญสมาธิและวิปัสสนา
1. อาตาปี มีความเพียรเจริญวิปัสสนากัมมัฏฐานจนสามารถเผากิเลสให้ร้อนและ ให้ไหม้ได้ คือ ให้หมดสิ้นไปจากขันธสันดาน 2. สัมปชาโน มีสัมปชัญญะ คือ กำหนดรู้รูปนามอยู่ทุก ๆ ขณะ 3. สติมา มีสติระลึกอยู่กับกาย เวท
เนื้อหาพูดถึงการพัฒนาจิตโดยการฝึกสมาธิและวิปัสสนา โดยเน้นที่การลดกิเลสและความฟุ้งซ่าน หัวข้อหลักประกอบด้วยหลักการของสมาธิและอุบายต่างๆ ที่ช่วยในการทำให้จิตสงบ ผลของการฝึกสมาธิที่ถูกต้องนำไปสู่มรรคญาณ
ความรู้เกี่ยวกับอินทรีย์ในพระพุทธศาสนา
174
ความรู้เกี่ยวกับอินทรีย์ในพระพุทธศาสนา
“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เมื่อใด เรารู้ทั่วถึงความเกิด ความดับ คุณ โทษ และอุบาย เครื่องสลัดออกแห่งอินทรีย์ 6 ประการนี้ ตามความเป็นจริง เมื่อนั้น เราจึงปฏิญาณตนว่า ได้ตรัสรู้พระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณในโลก พ
บทความนี้กล่าวถึงการเข้าใจอินทรีย์ในพระพุทธศาสนา ซึ่งประกอบด้วยอินทรีย์ 22 ชนิด และอธิบายถึงความสำคัญของอินทรีย์ทั้ง 6, 3 และ 5 ประการ โดยมีเนื้อหาที่สำคัญเกี่ยวกับการตระหนักถึงความเกิดและดับซึ่งนำไปส
อุเบกขาและพละ 5
176
อุเบกขาและพละ 5
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อุเบกขินทรีย์อาศัยผัสสะอันเป็นที่ตั้งแห่งอุเบกขาเวทนาเกิดขึ้น ภิกษุนั้นก็รู้สึกเฉยๆ ก็รู้ชัดว่าเรารู้สึกเฉยๆ ย่อมรู้ชัดว่าเพราะผัสสะอันเป็นที่ตั้งแห่งอุเบกขาเวทนา นั้นแหละดับไป เวท
เนื้อหานี้เป็นการอธิบายเกี่ยวกับอุเบกขาและพละ 5 ในการเสวยอารมณ์และความรู้สึกของสัตว์ทั้งหลาย โดยเน้นถึงความสำคัญของผัสสะที่มีบทบาทในการเกิดเวทนาในใจและการพัฒนาจิตใจจากอินทรีย์ของปุถุชนสู่พระอริยเจ้า ธ
ความทุกข์และขันธ์ 5 ในพระพุทธศาสนา
191
ความทุกข์และขันธ์ 5 ในพระพุทธศาสนา
11. ยัมปิจฉัง น ลภติทุกข์ คือ ความปรารถนาสิ่งใดแล้ว ไม่ได้สิ่งนั้นสมปรารถนา ความทุกข์นี้แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ ทุกข์ประกอบในกาย ได้แก่ การที่บุคคลซึ่งประกอบอาชีพ ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นกสิกรรม หรือ พาณิชยก
บทความนี้สำรวจและวิเคราะห์ความหมายของทุกข์ตามหลักพระพุทธศาสนา โดยแบ่งความทุกข์ออกเป็น 2 ประเภท คือ ทุกข์ที่เกิดจากร่างกาย เช่น การทำงานหนักแต่ไม่มีผลสำเร็จ และทุกข์ที่จิตใจ เช่น ความปรารถนาที่ไม่สมหวั